กระทรวงสาธารณสุข “นายแพทย์ ธนรักษ์ ผลิพัฒน์” รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “แม้โรคนี้อาการจะไม่รุนแรง 80% สามารถหายได้ แต่โรคนี้มีการระบาดได้เร็ว มีการแพร่เชื้อให้แก่ผู้อื่นได้มากกว่า 2 คน ซึ่งถ้าไม่ระวัง และไม่ควบคุมก็จะทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก ถึงสัดส่วนผู้ป่วยอัตรารุนแรงค่อนข้างต่ำ แต่ก็ทำให้มีผู้ป่วยอาการรุนแรงมากตามไปด้วยและหากเกินศักยภาพของระบบการแพทย์ที่จะรับมือได้ ก็จะมีความยากลำบากในการรับมือเรื่องนี้ได้ ดังนั้น จำเป็นต้องมีการชะลอการแพร่ระบาดของโรค และเพิ่มศักยภาพในการดูแลคนไข้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพราะถ้าการแพร่ระบาดไปอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในไทยสถานการณ์ค่อนข้างดี ทำอย่างไรก็ต้องทำ เพื่อให้จำนวนผู้ป่วยอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าในจำนวนที่สามารถดูแลประคับประคองสถานการณ์ไปได้”
9 ปัจจัยเสี่ยงเกิดปอดอักเสบสู่โควิด-19
“นายแพทย์สมศักดิ์” กล่าวต่อว่าสำหรับปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการปอดอักเสบนั้น ได้แก่
1.อายุมากกว่า 60 ปี
2.ภาวะอ้วน
3.ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
4.โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือถุงลมโป่งพอง
5.โรคไตวายเรื้อรัง
6. ตับแข็ง
7.โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
8.โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
9.โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออัมพาต ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ แพทย์จะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีอาการแย่ลงหรือเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังต่อไป
อย่างไรก็ตาม “นายแพทย์ สมศักดิ์” กล่าวอีกว่า “ในส่วนของข่าวที่ญี่ปุ่นจะบริจาคยาฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) นั้น เป็นความต้องการของผู้ผลิตยาที่อยากศึกษาวิจัยแบบทั่วโลก ประมาณ 30-40 ประเทศ และจะให้ยาฟรีเฉพาะประเทศที่เข้าร่วมรับการศึกษาวิจัย เพื่อเป็นการศึกษาวิจัย ไม่ใช่เพื่อการรักษาประชาชน ทั้งนี้ ยาฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) เป็นยาที่ใช้ในการรักษาจริง และผู้เชี่ยวชาญไทยก็ได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม การให้ฟรีนั้น เป็นไปเพื่อการศึกษาวิจัยให้ผลชัดเจนผ่านการเปรียบเทียบว่าให้ยากับไม่ให้ยาจะมีผลออกมาเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาวิจัยแบบดังกล่าว”

Another News:




0
Blogger 0
Facebook