มูลนิธิกระจกเงา เผยเรี่องราวชีวิตคนไร่บ้านเร่ร่อน ในช่วงเคอร์ฟิว คืนที่เราออกแจกจ่ายหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์ที่ได้รับบริจาคมาในวันเคอร์ฟิววันแรกที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งเกาะพญาไท คนไร้บ้านทั้งหนุ่มและแก่ถูกเสียงไล่ตะเพิดของทีม รปภ.บริษัทที่เช่าใช้พื้นที่เกาะพญาไท ที่น่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะแต่เดิมนั้นแหละ คนไร้บ้านที่หนุ่มๆ หน่อยก้าวเดินออกมาอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่อยากหาเรื่องใดใส่ตัวอีก

เปิดมุมชีวิตคนเร่ร่อน ไร้บ้าน ในคืนวันเคอร์ฟิว โดนไล่ตะเพิด มนุษย์ไม่ควรอยู่ในชะตากรรมเช่นนี้ คนไร้บ้านสูงอายุเดินกระย่องกระแย่งออกไปพ้นจากชายขอบของพื้นที่ จุดหมายคือป้ายรถเมล์ ไม่นานที่นั่งป้ายรถก็เต็มไปด้วยคนไร้บ้าน เสียงพูดออกลำโพงของตำรวจดังจากอีกเกาะหนึ่งของอนุสาวรีย์ เตือนให้คนเตรียมตัวกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด


คนไร้บ้านชายหนุ่ม คนไร้บ้านชราสายตาเหม่อมองไปที่ไฟไซเรนของตำรวจฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าอีกไม่นานเขาก็จะมาจอดที่ตรงหน้า และไล่ตะเพิดเขาออกไปจากที่นั่งป้ายรถเมล์ ไล่ออกไปโดยไม่ต้องสนใจว่าเขาจะไปที่ไหน ชีวิตมีปัญหา แต่ร่างกายนั้นไม่ได้สื่อออกมาทางสายตาว่าหวาดกลัว ร่างกายไม่ได้สั่นเทาใดๆ ไม่มีอาการผุดลุกผุดนั่ง

เราเห็นแต่ตาเศร้าๆ ก้มหน้าลงต่ำ หรือสายตาก็หันเหไปทางอื่น ช่างไร้จุดหมายยิ่งนัก เคยชินกับความไม่เท่ากัน เคยชินกับความหวาดกลัว เคยชินจนร่างกายไม่แสดงผลออกมาอีกแล้ว เพราะแสดงไปก็เท่านั้น ไม่มีใครแคร์ปฏิกิริยานั้น ไม่มีมีทางออก ทางเลือกอยู่จริง แม้ว่านี่คือการตื่นตัวเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ก็ตามที




เราได้แต่โทรไปประสานงานกับหน่วยงานที่เพิ่งได้ประชุมกันไปเมื่อเช้า ประชุมเรื่องกระบวนการช่วยเหลือพวกเขาพวกคนไร้บ้าน หน่วยงานนั้นส่งรถ และคนมา รถ และคนที่ไม่ได้บ่งบอกว่าเตรียมพร้อมไว้ใช้สำหรับงานโรคระบาดเอาซะเลย ผู้คนยังถูกยัดทะนานเข้าไปประมาณ 5 คน


ชายทั้ง 5 ส่วนใหญ่สูงอายุ สายตาของคนอื่นๆ ที่หนุ่มกว่าเริ่มมองมาแบบมีคำถามว่า เขาจะได้ไปหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานร้องขอว่า ขอรอบเดียวพอนะ เพราะที่นั้นก็เต็มแน่นแล้ว เราเข้าใจทันที เราเข้าใจคำอ้างนี้ดี เพราะมันถูกอ้างมาตลอดระยะเวลาที่เราทำงานกับคนไร้บ้านมากว่า6-7 ปี เราไม่โทษเจ้าหน้าที่แต่เราโทษไปที่ระดับนโยบาย นโยบายที่ไม่เคยเห็นหัวคนจน

รถคันสีชมพูเดินทางออกจากป้ายรถเมล์ไป ชายไร้บ้านที่เหลือถามเราว่า แล้วเขาต้องทำอย่างไร ตำรวจเขาจะจับพวกเราหรือไม่ ชายคนหนึ่งพูดแทรกเพื่อนขึ้นมาว่า “ไม่เป็นไร เราน่าจะเอาตัวรอดกันไปได้ อะไรแบบนี้ใช่ว่าไม่เคยผ่านซะเมื่อไหร่”

สิ้นประโยคบอกเล่า ชายหนุ่มคนเดิมขึ้นประโยคร้องขอตามทันที “ถ้าพี่มีที่อยู่ให้พวกเราได้อยู่ช่วงนี้ มาบอกพวกเราด้วย เราได้แค่สัญญาอย่างรู้ตัวในความเล็กกระจ้อยของตัวเอง “เราจะทำสุดความสามารถให้พี่มีที่อยู่ปลอดภัยให้ได้ในช่วงนี้” พวกเขายิ้มแห้งๆ แต่ไม่ลืมบอกคำว่าขอบคุณมากๆ นะพี่ ออกมา

มูลนิธิกระจกเงา


ดูข่าวต้นฉบับ: www.xn--42c2dgos8bxc2dtcg.com


Another News:

Another news:

0 Blogger 0 Facebook

 
Hot News World © 2013. All Rights Reserved. Powered by Blogger
Top